วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2556

<?php

$sql ="select * from student order by id asc ";

select * from student หมายถึงเลือกทุก field จาก student asc ใช้เก็บข้อมูลจากน้อยไปมากเช่น 1-10 
,a-z,ก-ฮ

$query=mysql_query($sql) or die(mysql_error());
ใช้ในการประมวลคำสั่ง sql หรือใช้ในการตรวจสอบ or die ว่า error หรือไม่ เวลาเปลี่ยนให้เปลี่ยนเเค่ชื่อ table and field เท่านั้น


$num=mysql_num_rows($query); นับค่าจำนวน record ที่ใส่ใน num เวลาที่เขียนตัวแปลจะต้องเขียนให้ตรงกันไม่เช่นนั้น จะไม่แสดง คำสั่ง
echo $num;   $num และecho$num แสดงจำนวน record


?>

วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

นายสหชัย เนียมขำ เลขที่ 10 ม. 5/6

โค้ด


<?php echo "รายงานผลการเรียน php";
$str="คะแนนที่ได้";
echo $str; 
$score=90;

if($score<50){
echo 'grade 0';

}else if ($score<56){
echo 'grade 1';

}else if ($score<60){
echo 'grade 1.5';

}else if ($score<66){
echo 'grade 2';

}else if ($score<70){
echo 'grade 2.5';

}else if ($score<76){
echo 'grade 3';

}else if ($score<80){
echo 'grade 3.5';

}else if ($score>80){
echo 'grade 4';
}

?>

วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

มาดูวิธีทำช็อกโกแลตแบบง่ายๆ

ไม่ใช่เรื่องยาก หากใครอยากจะบรรจงปั้นแต่งช็อคโกแลตให้คนพิเศษกับมือ เพียงแค่ไปหาซื้อช๊อกโกแลตสำเร็จรูป (ที่เป็นเมล็ดแห้งหรือแท่ง)ตามซูเปอร์มาเก็ตทั่วไป เมื่อได้มาแล้วให้นำช็อกโกแลตสำเร็จรูปมาทำละลายด้วยวิธีง่ายๆ คือ

- เตรียมน้ำร้อนที่อุณหภูมิ 55 องศาเซลเซียส นำช็อกโกแลตใส่ในชามแก้ว แล้วลงแช่ในน้ำร้อนจนละลาย
- ยกขึ้น ให้อุณหภูมิต่ำลงที่ 28 องศาเซลเซียส
- จากนั้นเทใส่แม่พิมพ์ที่เตรียมไว้ทิ้งไว้ให้เย็น
- ประมาณ 3 นาทีจึงค่อยแกะช็อกโกแลตออกจากแม่พิมพ์ ก็จะได้ช็อกโกแลตในรูปร่างที่ต้องการ (หากทิ้งไว้เกิน5นาทีรูปร่างช็อกโกแลตจะไม่สวย)


เคล็ดลับความอร่อยของช็อกโกแลต ต้องเป็น "แบล็คช็อกโกแลต" หรือช็อกโกแลตดำเท่านั้นที่ใช้ในการทำช็อกโกแลต จึงจะเป็นช็อกโกแลตที่หอมและให้รสชาติความอร่อยได้ดีที่สุด และยังเป็นสูตรดั้งเดิมของชาวยุโรปด้วย(ที่สำคัญต้องไม่ใช่ช็อกโกแลตที่ทำจากนมหรือไวท์ช็อกโกแลต)

การเก็บรักษา
ควรเก็บช็อกโกแลตไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิ 20 องศาเซลเซียสเท่านั้น ไม่ควรเก็บช็อกโกแลตไว้ในตู้เย็นเพราะในตู้เย็นจะมีไอน้ำมาเกาะช็อกโกแลต ทำให้ช็อกโกแลตแฉะ เปลี่ยนสีและไม่น่ารับประทาน


ที่มา คุณ mayogo www.vcharkarn.com

วิธีทำ ช็อกโกแลตเชอรี่ ชีสเค้ก

ตัวแป้ง - เกรแฮม แครกเกอร์ บดหยาบๆ (เผอิญว่าอาณาจักรไทยไม่มีขนมปังยี่ห้อนี้ จึงอนุโลมให้ใช้ยี่ห้อจาคอบกะจูลี่แทน) 1 1/4 ถ้วย
- น้ำตาลทรายขาวๆนะจ๊ะ 1/4 ถ้วย
- โกโก้ 1/4 ถ้วย
- เนย ไม่ก็มาการีน ละลายให้เหลวด้วยนา 1/2 ถ้วย


ไส้ขนม - ครีมชีส ทำให้อ่อนตัวลงหน่อย แต่ไม่ใช่เหลวเป็นน้ำนา 2 ก้อน
- ซาวครีม อันนี้ซื้อได้ที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ณ แผนกDairy Milk (ที่เป็นตู้ๆ แล้วมีเนยนั่นล่ะค่ะ) 1 ถ้วย
- น้ำตาลทราย 1 1/4 ถ้วย
- โกโก้ 1/2 ถ้วย
- ไข่ไก่ 3 ฟอง
- กลิ่นอัลมอนด์ อันนี้ไม่จำเป็น ไม่ต้องใส่ได้ค่ะ 2 ช้อนชา
- วิปครีม (ตามใจชอบค่ะ)
- เชอรี่พาย ฟิลลิ่ง แช่เย็นๆ จะอร่อยมาก อ้อ มีขายที่ซุปเปอร์เหมือนกัน 1 กระป๋อง


วิธีทำ
เริ่มจากที่ตัวแป้งนะ แครกเกอร์หยาบ โกโก้ น้ำตาล เนยที่ละลายแล้วผสมกันในชามอ่างให้เข้ากัน หลังจากนั้นนำมาใส่ไว้ในถาดอบพาย ขนาด 9 นิ้ว (10 นิ้วก้อได้ อ่ะ หยวนๆๆ) ต่อมาก็คือไส้ ตีครีมชีส ซาวครีม และน้ำตาลให้ดูเนียนขึ้นและเป็นเนื้อเดียวกัน เติมโกโก้ ไข่ น้ำกลิ่นอัลมอนด์ (ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่ก็ได้ค่ะ ) ตีจนเข้ากันดี ให้มันเข้ากันจริงๆ นะ ไม่ใช่ไข่ยังเป็นลิ่มๆ น้ำตาลยังเป็นก้อน....นะจ๊ะ เทส่วนผสมไส้ลงไปในตัวแป้ง (แครกเกอร์นั่นล่ะ) อบในอุณหภูมิที่ 350 องศาฟาเรนไฮต์ หรือ 175 องศาเซลเซียส เวลา 45-50 นาที จนกระทั่ง เนื้อขนมตรงกลางอยู่ตัว พอสุกเอาออกมาพักไว้ 30 นาที ก่อนที่จะเสิร์ฟนะ แช่ให้เย็นๆ แล้วราดด้วยเชอรี่ฟิลลิ่งที่แช่เย็น+วิปครีมปุยๆ น่าเอาไว้กินแก้ร้อนท่าจะดีนะ


โดย "Natalear"
ที่มา http://www.springofarda.com/hobbittimes/Fav04.html
ฝึกทำช็อคโกแลตทรัฟเฟิลเองที่บ้าน


อุปกรณ์ และ วัตถุดิบ (ทำได้ 45 - 50 ลูก)


1. ช็อคโกแลตบาร์ขนาด 100 กรัม 3 แท่ง (Home Chocolate Kits)
2. นมข้นจืด 1 กระป๋องเล็ก (Home Chocolate Kits)
3. เนยชนิดเค็ม 1 ก้อน (Home Chocolate Kits)
4. น้ำเชื่อมข้าวโพด 15 กรัม (Home Chocolate Kits)
5. เม็ดมะม่วงหินต์มะพานป่น, ผงโกโก้ (Home Chocolate Kits)
6. มะพร้าวขูดอบแห้ง, งาดำและงาขาว (Home Chocolate Kits)
7. ถ้วยกระดาษจีบ 3 ตับ, แผ่นกระดาษไข (Home Chocolate Kits)
8. เขียงสะอาด 1 อัน, มีดขนาดกลาง 1 เล่ม
9. ช้อนสำหรับคน 1 อัน และช้อนชา 1 อัน
10. ชามขนาดใหญ่
11. เตาไมโครเวฟ
ขั้นตอนการทำ


1. นำช็อคโกแลตบาร์ทั้ง 3 แท่งมาหั่นอย่างละเอียดที่สุด แล้วนำใส่ชาม (ตรงจุดนี้เป็นส่วนที่สำคัญมากเพราะจะมีผลในขั้นตอนต่อไป)

2. นำนมข้นจืดใส่ถ้วยพร้อมกับเติมน้ำเชื่อมข้าวโพดคนให้เข้ากันหลังจากนั้นนำไปเข้าเตาไมโครเวฟ 45 วินาที นำออกมาพักถึงไว้ 10 นาที
3. หลังจากพักทิ้งไว้ ค่อย ๆเทนมข้นจืดลงบนช็อคโกแลตอย่างช้าๆ พยายามเทให้ทั่วทั้งชาม พักไว้ 1 นาทีแล้วจึงค่อย ๆ คนอย่างช้า ๆ




4. เมื่อคนจนช็อคโกแลตละลายเป็นเนื้อเดียวกันให้ใส่ เนยที่อยู่ในสภาพแข็ง ลงในชามแล้วคนต่อจนเนยละลายหมด



5. นำช็อคโกแลตที่ได้ไปแช่ตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง (โดยใช้พลาสติกถนอมอาหารปิดปากชามหรือใช้ฝาปิดกันไอน้ำเกาะที่ช็อคโกแลต)


6. (ขั้นตอนนี้จะต้องทำในห้องแอร์หรือห้องที่ค่อนข้างเย็น) ใช้ช้อนขูดช็อคโกแลตในชามให้เป็นก้อนเท่าๆกัน วางลงบนกระดาษไข


7. ทิ้งช็อคโกแลตที่ขูดไว้ในห้องแอร์ประมาณ 20 นาที อาจช่วยพลิกช็อคโกแลตด้านล่างให้แห้งทั่วทั้งก้อน


8. เมื่อแห้งดีแล้วก็ให้ใช้มือปั้นช็อคโกแลตให้เป็นลูกกลม ๆ ควรล้างมือให้สะอาดหากติดมือควรล้างมือแล้วค่อยปั้นต่อ


9. นำวัตถุดิบส่วนที่ใช้สำหรับคลุกได้แก่ เม็ดมะม่วงหินต์มะพานป่น, ผงโกโก้, มะพร้าวขูดอบแห้งและ งาดำงาขาวใส่ถ้วยหรือกล่องพลาสติก
10. นำช็อคโกแลตที่ปั้นลงไปคลุกเคล้ากับวัตถุดิบต่างๆ โดยให้ติดทั่วทั้งลูก วางพักไว้บนกระดาษไข


11. เมื่อคลุกเคล้าเสร็จทุกลูกนำไปเข้าตู้เย็นสักครู่ แล้วจึงใส่ถ้วยกระดาษจีบพร้อมเสริฟหรือไว้จัดใส่กล่องของขวัญมอบให้คนพิเศษ


หมายเหตุ สามารถนำช็อคโกแลตที่ปั้นเก็บไว้ในตู้เย็นได้ เมื่อต้องการใช้งานจึงค่อยนำมาคลุกเคล้ากับผงต่างๆ วันหลังได้
 
Cr.http://www.oknation.net/blog/home-chocolate/2010/04/18/entry-1
มาดูการทำ ช็อกโกแลต กันบ้างน้าาา ครับ

อุปกรณ์
1.ช็อกโกแลตบาร์ขนาด 100 กรัม 4 แท่ง (Home Chocolate Kits)
2. แม่พิมพ์ช็อกโกแลต 1 อัน (Home Chocolate Kits)
3. มีดขนาดกลาง 1 อัน
4.ชามขนาดกลาง 1 ใบ และขนาดเล็ก 1 ใบ
5.เขียงสะอาด 1 อัน
6.ช้อนสำหรับคน 1 อัน
7. เตาไมโครเวฟ

ขั้นตอนการทำ
1.นำช็อกโกแลตบาร์ 1 แท่ง หั่นอย่างละเอียดโดยเริ่มจากมุม และนำช็อกโกแลตที่ได้ใส่ชามขนาดเล็กพักเก็บไว้ในตู้เย็น ( Seed Chocolate)
2. นำช็อกโกแลตบาร์ ที่เหลือ 3แท่งหั่นละเอียดพอประมาณโดยเริ่มจากมุม นำช็อกโกแลตที่ได้ใส่ชามขนาดกลาง


3. นำช็อกโกแลตชามขนาดกลางเข้าเตาไมโครเวฟ ใช้ไฟปานกลาง ตั้งเวลา 45 วินาที แล้วนำช็อกโกแลตออกมาคน

4.หลังจากช็อกโกแลตคลุกเคล้าเข้ากันดีแล้ว นำไปเข้าไมโครเวฟอีกครั้งโดยใช้ไฟปานกลาง ตั้งเวลา 45 วินาทีเหมือนเดิม
5.นำช็อกโกแลตออกมาคนให้ละลายจนหมด
6. พักช็อกโกแลตทิ้งไว้ 30 นาทีในอุณหภูมิห้องปกติ (ห้ามทิ้งไว้ในห้องแอร์)
7. นำช็อกโกแลตในชามขนาดเล็กที่พักไว้ในตู้เย็นออกมาค่อยๆเทใส่สลับกับคนช็อกโกแลตจนละลายหมดเป็นเนื้อเดียวกัน


8. ทำการทดสอบช็อกโกแลตที่ได้นั้นว่า สามารถนำไปเทลงแม่พิมพ์ได้หรือไม่ โดยการตักช็อกโกแลต 1 ช้อนลงบนแผ่นทดสอบที่เราเตรียมไว้ให้ (ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด ห้ามลัดขั้นตอนโดยเด็ดขาด)
9.นำช็อกโกแลตสำหรับทดสอบไปแช่ตู้เย็น (ห้ามแช่ช่องทำน้ำแข็ง)ประมาณ 10 นาที
10.นำช็อกโกแลตที่ทดสอบนั้นออกมาดูว่าใช้ได้หรือไม่ ช็อกโกแลตที่ได้นั้นจะต้องมีลักษณะดังนี้
-จะต้องเป็นเนื้อสีเดียวกันไม่มีจุดหรือเป็นลาย
-เมื่อใช้นิ้วแตะเบาๆ ช็อกโกแลตจะต้องไม่ติดนิ้ว
-เมื่อลอกช็อกโกแลตออกจากแผ่นทดสอบจะต้องลอกออกได้ง่าย และไม่มีคราบช็อกโกแลตติดอยู่บนแผ่นทดสอบ
11.หากช็อกโกแลตที่ทดสอบนั้นไม่มีลักษณะดังกล่าวครบทุกข้อ ให้นำช็อกโกแลตที่ทดสอบนั้นใส่กลับลงไปในถ้วยช็อกโกแลตเหมือนเดิม
12.คนช็อกโกแลตให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปทดสอบอีกครั้ง จนกว่าจะได้ช็อกโกแลตตามลักษณะที่ต้องการ (เพื่อทำให้ช็อกโกแลตที่ได้นั้นสวยงามอาจจะต้องทำการทดสอบอย่างนี้อยู่หลายครั้ง)

13.เมื่อผ่านขั้นตอนการทดสอบแล้ว ให้ใช้ช้อนตักช็อกโกแลตลงบนแม่พิมพ์ประมาณครึ่งหนึ่งของแต่ละหลุม
14.เคาะที่ก้นแม่พิมพ์เพื่อไล่ฟองอากาศออกจากช็อกโกแลต แล้วค่อยเติมช็อกโกแลตแต่ละหลุมให้เต็ม

15.นำช็อกโกแลตไปแช่ตู้เย็นประมาณ 10 นาที สังเกตุดูที่ก้นของแม่พิมพ์ว่าช็อกโกแลตร่อนออกจากแม่พิมพ์แล้วหรือยัง เมื่อได้แล้วนำไปเคาะออกจากแม่พิมพ์ (จะต้องไปเคาะให้ห้องแอร์หรือในตู้เย็นเท่านั้น เพราะไม่เช่นนั้นจะมีไอน้ำมาเกาะที่ช็อกโกแลตทำให้ช็อกโกแลตไม่สวย)
16.นำช็อกโกแลตส่วนที่เหลือเทลงแม่พิมพ์ อีกครั้งจนกว่าจะหมด (ทำตามขั้นตอนที่ 15 ซึ่งจะได้ประมาณ 26-28 ชิ้น)
หมายเหตุช็อกโกแลตที่ค้างอยู่ในชามห้ามทิ้งไว้ในห้องแอร์อย่างเด็ดขาดเพราะจะทำให้ช็อกโกแลตแข็งจนเทลงแม่พิมพ์ไม่ได้ หากช็อกโกแลตในชามแข็งหนืดจนเกินไปให้ใช้ไดร์เป่าผมเป่าที่ชามแล้วคนจนหายหนืด ห้ามเป่าจนช็อกโกแลตละลายเด็ดขาด หรือให้นำเข้าไมโครเวฟ เพียงแค่ 10วินาทีเท่านั้น แล้วนำมาคนจนหายหนืด หลังจากนั้นจึงค่อยเทลงแม่พิมพ์จนช็อกโกแลตหมด ขั้นตอนทั้งหมดนี้สามารถใช้ทำช็อกโกแลตได้ทั้ง Dark Chocolate, Milk Chocolate, White Chocolate สามารถดูข้อมูลประกอบเพิ่มเติมได้ที่

CR www.home-chocolate.com
 
วิธีการทำช็อกโกแลตลาวา


สิ่งที่สำคัญคือ ชอคโกแลตที่ดี มีคุณภาพ และ การควบคุมอุณหภูมิ+เวลาที่เหมาะสม
Ingredients สำหรับ 5 ที่
-แป้งอเนกประสงค์ (All purpose flour) 1/4 ถ้วย
-ไข่ 4 ฟอง
-น้ำตาล 1/2 ถ้วย (ปรับตามความชอบได้)
-น้ำตาล สำหรับทาถ้วย ramekins
-semi sweet ชอคโกแลต อย่างดี (เราใช้ Lindt 80% cocao) 112 กรัม (1/4 lb)
-เนยจืด 112 กรัม (1/4 lb)
วิธีทำ
1 เตรียมเตาอบ ตั้งอุณหภูมิที่ 400 F or 204 C
2 ทาเนยในขอบและก้นถ้วย ramekins 5 ใบให้ทั่ว อาจใช้ถ้วยแก้วทนความร้อนเล็กๆแทนได้
3 เอาน้ำตาลมากลิ้งในถ้วย ramekins ที่ทาเนยแล้ว ให้ทั่ว (เวลาเอาเค้กออกจะได้ไม่ติดถ้วย)
4 ละลายเนยใน หม้อนึ่ง Double Boiler เราใช้หม้อเติมน้ำ 1สูงนิ้ว ต้มน้ำให้เดือด แล้ววางชามทนไฟบนหม้ออีกที
พอเนยละลายเกือบหมด หักชอคโกแลตลงไป กวนให้ละลายเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน (ไม่ใช้ความร้อนโดยตรงเพราะจะทำให้เนยแยกชั้นกับชอคโกแลต)
5 ผสมแป้ง ไข่ น้ำตาล 1/2ถ้วย ในชาม/ถ้วย/โถ ตีจนเข้ากัน
6 ใส่ 1/3 ของชอคโกแลตที่ละลายแล้ว ในส่วนผสมข้อ 5 (ไม่ใส่ชอคโกแลตจนหมดเพราะความร้อนจะทำให้ส่วนผสมแป้งสุกเป็นก้อน)
ตีให้เข้ากัน นี่เป็นการ warmส่วนผสมแป้ง
7 จากนั้นเทชอคโกแลตที่เหืลอทั้งหมด ตีให้เข้ากัน
8 เกือบเสร็จแล้วว เทส่วนผสมข้อ 7 ลง Ramikins หรือ ถ้วยทนความร้อน ประมาณ 3/4 ของถ้วย
9 เรียงถ้วย ใส่ถาดอบ Baking Sheet (จะได้เอาเข้าออก ง่าย) อบ 12 นาที
10 เสร็จแล้ววก็เอาออกมาวางพักซัก 10 นาที (ถ้าทนไม่ไหวกินเลยก็ได้) แล้าก็กินได้เลย

วิธีserve
1 กินในถ้วยก็ได้
2 แคะออกจากถ้วยโดยเอามีดเซาะขอบถ้วย แล้วคว่ำถ้วยลงจาน ถ้าทาเนย+โรยน้ำตาลที่ถ้วยดีๆ เค้กจะหลุดจากถ้วยอย่างง่ายดาย
serve กับ Vanilla ice cream + Whip cream
วิธีเก็บ
เอา plastic wrap ปิดแต่ละถ้วย เก็บเข้าตู้เย็น
เวลาจะกิน ก็ เอาเข้าMicrowave 25 วินาที
Note
ถ้าตรงกลางเค้กสุกไป ไม่เหลว ไหล ย้อย ยังกะ ลาวา แปลว่า อุณหภูมิสูงไปหรืออบนานไปจ้า
ลองทำดูน๊ะอร่อย ง่ายด้วย